วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Evening Primrose

Multi Vitamin





วิตามินและสารอาหารสำหรับวัยเด็ก


สุดยอดปรารถนาของคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ล้วนอยากให้ลูกรักมีความสมบูรณ์ที่สุดในทุกด้าน 

ทั้งร่างกาย พัฒนาการ สติปัญญา ซึ่งบางท่านก็อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างไปอีกด้วย

เช่น อยากให้ลูกช่วยตัวเองได้ มีวินัย รับผิดชอบ กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้

ก็คือสิ่งใดที่คิดว่าเป็นคุณสมบัติที่ดีของคนคนหนึ่งเพื่อเติบโตและมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ก็จะขอให้มีให้เกิดสิ่งนั้นกับลูกของตนเอง ดังนั้นในการเลี้ยงดูจึงพยายามที่จะสรรหาสิ่งดีที่สุดมาให้ลูก

เพื่อนำไปสู่ความปรารถนาที่พ่อแม่ต้องการ

อาหารที่มีคุณภาพ คือ อาหารที่มี สารอาหาร จำเป็นที่ร่างกายต้องการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็ก 

ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเติบโตตลอดเวลา เป็นช่วงวัยที่ร่างกายต้องการสารอาหารที่จำเป็น เพื่อนำไปใช้ในการ

เสริมสร้างการเจริญเติบโตของกระดูก กล้ามเนื้อ ร่างกายและสมอง สารอาหารเหล่านี้ ได้แก่

โปรตีน

เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมสร้างกระดูก กล้ามเนื้อ และ เซลล์เนื้อเยื่อที่สำคัญคือ

เซลล์สมอง อาหารตามธรรมชาตินั้นมีโปรตีนอยู่มากบ้างน้อยบ้าง อาหารที่ให้โปรตีนสูงและเป็นโปรตีน

ที่มีคุณภาพซึ่งเด็กๆ จะต้องทานให้มาก ได้แก่ นม ไข่ เนื้อสัตว์เช่น ปลา ไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว โดยเฉพาะ

อย่างยิ่ง นม ส่วนในถั่วเมล็ดแห้งก็มีโปรตีนสูงเช่นกัน แต่มีคุณค่าทางอาหารรองลงมาจากกลุ่มโปรตีน

ที่มาจากนม และเนื้อสัตว์

คาร์โบไฮเดรต

ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่างๆ และให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เด็กๆ ในวัย

เจริญเติบโตใช้พลังงานมากจึงจำเป็นต้องได้รับอาหารกลุ่มนี้อย่างเพียงพอ อาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต

คือ ข้าว นอกจากนั้นคือแป้ง ผลิตภัณฑ์จากแป้ง เช่น ก๋วยเตี๋ยว เผือก มัน น้ำตาล เป็นต้น

เกลือแร่

เสริมสร้างการเจริญเติบโต และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ผัก ผล ไม้ เนื้อ นม ไข่

แคลเซียม

จำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน มีมากในอาหารประเภทนมและปลาเล็กปลาน้อย ที่ทานทั้งกระดูก

แต่โดยทั่วไปแล้วเด็กๆ มักจะไม่ค่อยชอบทานปลาเหล่านี้นัก

เหล็ก
ปัญหาการขาดธาตุเหล็ก เป็นปัญหาสำคัญที่พบบ่อยในเด็ก เหล็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีผลต่อ

ทั้งร่างกายและการเรียนรู้ของเด็ก เด็กที่ขาดธาตุเหล็กจะมีอาการซึมเศร้า เฉื่อย เรียนรู้ช้า ถ้าขาดมาก

อาจมีอาการของหัวใจล้มเหลวได้ อาหารสำคัญที่ให้ธาตุเหล็กคือ ตับ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว

วิตามิน

เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่จำเป็นและสำคัญต่อร่างกาย เพราะวิตามินทำหน้าที่

เหมือนกับน้ำมันหล่อลื่นให้เครื่องยนต์ต่างๆ ทำงาน วิตามินช่วยกระบวนการเผาผลาญสารอาหารเพื่อให้

พลังงานแก่ร่างกายและช่วยให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายทำหน้าที่ได้ ตามปกติไม่เป็นโรค

วิตามินเอ

ช่วยให้ผนังบุลำไส้ หลอดลม ถุงลม ท่อปัสสาวะแข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อ ในระบบ ทางเดิน

อาหาร การหายใจและปัสสาวะ มีคุณค่าแก่สายตา วิตามินเอ มีมากใน ไข่แดง ตับ ผักใบเขียว 

มะละกอสุก

วิตามินดี

เพื่อการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมเพื่อนำไปใช้ในการสร้างกระดูกได้ดี

มีมากในนม ในแสงแดดก็มีวิตามินดีเช่นกัน ถ้าขาดวิตามินดีจะเป็นโรคกระดูกอ่อน ทำให้ขาโก่ง 

ฟันผุ ตัวแคระแกรน

วิตามิน บีรวม

พบในอาหารประเภทข้าว นม ไข่ ตับ ผลไม้ วิตามินบี 1 มีมากในข้าวซ้อมมือ นม ไข่ แต่จะถูกทำลาย

ด้วยความร้อน ถ้าขาดวิตามินบี 1 จะทำให้เบื่ออาหาร ไม่โต ชาตามปลายมือปลายเท้า (โรคเหน็บชา)

 บางรายอาจมีอาการของหัวใจล้มเหลวได้

วิตามิน ซี

มีมากในผลไม้พวกส้ม ผักสดและผลไม้สด วิตามิน ซีจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของกระดูก ฟัน

และเส้นเลือดฝอย

ดี เอช เอ

มีมากในปลาทะเล เป็นสารอาหารที่จะเป็นสำหรับเด็กทั้งก่อนวัยเรียน และในวัยเรียน ช่วยเสริมสร้าง

การพัฒนาการของสมอง และสายตา ช่วยเสริมสร้างความจำ และป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นในเด็ก

ปริมาณวิตามินและสารอาหารที่เด็กควรได้รับในแต่ละวัน

ใน 1 วันนั้น สำหรับเด็กในวัยขวบปีแรก โดยเฉพาะ 3 เดือนแรกนมแม่นับเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดเพราะ

ประกอบด้วยสารอาหารและวิตามินต่างๆ ในปริมาณที่พอเหมาะแก่ความต้องการของทารก ทั้งยังมี

ภูมิต้านทานโรค เมื่อครบ 3 เดือนควรเริ่มให้อาหารเสริม ซึ่งช่วงวัยนี้จนถึง 1 ปี นมยังคงเป็นอาหาร

หลักที่สำคัญที่สุด โดยหลักๆ อาหารของลูกในวัยครบ 3 เดือน ควรเริ่มให้ข้าวบดใส่น้ำแกงจืดสลับ

กล้วยครูด ครบ 4 เดือน ข้าวบดกับไข่แดงต้มสุก ตับ ถั่วต้มเปื่อย ครบ 5 เดือน เริ่มทานปลา ฟักทอง 

ผักบด ครบ 6 เดือน ให้อาหารเสริมเป็นอาหารหลัก 1 มื้อ ครบ 7 เดือน เริ่มเนื้อสัตว์บด ไข่ทั้งฟอง 

ครบ 8 - 9 เดือน อาหารมื้อหลัก 2 มื้อ และครบ 10 - 11 เดือน อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ

เมื่อเด็กเติบโตเข้าวัย 1 - 6 ปี นมยังคงเป็นอาหารเสริมที่สำคัญ โดยมื้อหลักเด็กควรได้อาหารครบทั้ง

5 หมู่ คือ เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ (อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง) ไข่วันละฟอง ถั่ว ข้าว ผัก และผลไม้

ไขมัน และดื่มนมวันละ 2 - 3 แก้ว โดยควรเลือกนมที่เสริมธาตุเหล็กและวิตามิน อายุ 6-12 ปี คงต้อง

เน้นอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ถั่ว ข้าว ผัก และผลไม้และดื่มนมวันละ 2 - 3 แก้ว

Fish Oil


Calcium


Mega We Care



วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สัญญาณเตือนภัยสุขภาพ


 
  1. น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว เช่น สัปดาห์ละ 2-3 กิโลกรัมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจลดน้ำหนัก
  2. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หรือมีภาวะเครียดทางจิตใจได้
  3. นอนไม่หลับติดต่อกันหลายคืน ซึ่งมักเกี่ยวกับปัญหาทางด้านจิตใจ
  4. มีเลือดออกผิดปกติ เช่น มีเลือดออกตามผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายเป็นเลือด หรือมีลิ่มเลือดปน ปัสสาวะเป็นเลือด
  5. ตามัวหรือเห็นภาพซ้อน
  6. มีก้อนเกิดขึ้นตามร่างกาย โดยเฉพาะที่เต้านมหรือที่ข้างลำคอ
  7. มีไฝหรือปานที่ขนาดหรือสี เปลี่ยนแปลงไป
  8. นิสัยการขับถ่ายผิดปกติ เช่นมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย
  9. มีอาการปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ เจ็บหน้าอก ท้องอืดเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน ติดต่อกันนานผิดปกติ
ถ้ามีสัญญาณเตือนภัยเพียงข้อหนึ่งข้อใดจาก 9 ข้อนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น
โดยสรุป สุขภาพของคนเราจะเสื่อม ทรุด ก็เพราะการรับประทานอาหาร การปฏิบัติตัว การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สาเหตุสำคัญที่ทำให้ร่างกายมนุษย์สมบูรณ์ต้องอาศัยปัจจัยทางกรรมพันธุ์ อาหารการกิน การพักผ่อนนอนหลับ การออกกำลังกาย การไม่เสพสิ่งที่เป็นพิษ และการทำใจให้เป็นสุข

การดูแลสุขภาพเพื่อการมีชีวิตที่ดีขึ้น



การดูแลสุขภาพเป็นอย่างไร ทำไมจึงทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้นี้ จะนำองค์ความรู้ที่มีการการเผยแพร่ในหนังสือเรื่อง “ชีวิตกับสุขภาพ” ซึ่งเขียนโดยเจ้าอาวาสวัดป่าแสงธราม อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หรือนามปากกาว่า “ธรรมปราโมทย์” มาเล่าให้ฟังกัน
เริ่มต้นต้องเริ่มเล่าเรื่องที่มักเป็นที่สงสัยของผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่เข้าใจว่า “ทำไม บางคนแก่เร็ว บางคนแก่ช้า” คำตอบคือ การใช้ชีวิตที่สอดคล้องไปกับธรรมชาติ จะช่วยให้มนุษย์มีสุขภาพดีไปตลอดช่วงอายุ เช่น ชาว Hunzas ชนเผ่าหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นเทือกเขาหิมาลัย พวกเขามีอายุยืนยาวถึง 150 ปี และแม้จะอายุนับร้อยปีแล้ว เขาก็ยังสามารถขี่ม้าไปไหนมาไหนได้ พวกเขาสามารถมีอายุยืนได้โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือของวิทยาการสมัยใหม่ เพียงแค่มีชีวิตอยู่กับธรรมชาติอันบริสุทธิ์ แต่ในขณะที่ชีวิตในเมือกลายเป็นเรื่องปกติที่ดื่มนมจากกล่องกระดาษ ซื้อเนื้อมาประกอบอาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งอาจมีสิ่งเจือปนเป็นฮอร์โมนหรือยาปฏิชีวนะ ทำให้เด็กในสังคมเมืองไม่เข้าใจว่าในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ
ปัจจัยที่ทำให้คนแก่ช้าหรือเร็ว มี 6 ประการ ได้แก่
  1. พันธุกรรม มีการบันทึกไว้ว่าผู้ที่มีพ่อแม่หรือบรรพบุรุษอายุยืนยาว ลูกหลานก็มักมีอายุยืนเช่นกัน
  2. ภาวะแวดล้อม
    หมายถึงดินฟ้าอากาศ และวัฒนธรรมประจำชาติ เช่น ในเมืองร้อนไม่มีหิมะอากาศสบายตลอดปี พบว่าคนเชียจึงมีหน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยมากกว่าคนในประเทศแถบตะวันตก
  3. โภชานาการ
    โดยทั่วไปแล้ว คนอ้วยเป็นคนที่ไม่ค่อยระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร มักจะแก่เร็วกว่าคนผอมและอัตราการตายก็สูงกว่าอีกด้วย
  4. อาชีพ
    ตัวอย่างเรื่องนี้ค่อนข้างชัดเจน คนที่ทำงานหนักหรือทำงานท่ามกลางแสงแดด ฝุ่นควัน มักจะดูแก่เร็วกว่าคนที่ทำงานในสำนักงาน แต่ไม่ได้หมายความว่า คนทำงานหนักจะอายุสั้นกว่าคนทำงานเบาๆ ในสำนักงานเสมอไป บางทีอาจตรงกันข้ามกันด้วยซ้ำ
  5. การออกกำลังกาย
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำและพอเพียง จะดูเป็นหนุ่มเป็นสาว และกระชุ่มกระชวยกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย และอาจจะมีอายุยืนยาวมากกว่าด้วย
  6. อารมณ์
    สามารถสังเกตได้ชัดเจนว่า คนที่มีอารมณ์แจ่มใส อารมณ์ดี สงบ เยือกเย็น คนนั้นจะมีหน้าตาสดใส น่าสนทนาด้วย มีใบหน้าดูอ่อนกว่าวัยเพราะมีรอยยิ้มอยู่เสมอ ในทางตรงกันข้าม คนที่เก็บความเครียดไว้ในอารมณ์จนเป็นนิสัย ใบหน้าก็จะมีลักษณะแก่ชราเกินตัว

ผู้ที่ปรารถนาจะมีชีวิตอย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและมีอายุยืนยาวนั้น มียาอายุวัฒนะ 7 ประการที่ควรนำมาใช้เป็นประจำ ดังต่อไปนี้
ประการที่ 1 อากาศบริสุทธิ์
อากาศที่เราหายใจเข้าไปนั้นอาจมีสิ่งที่เป็นอันตรายปนเปื้อนอยู่หลายอย่าง เช่น ฝุ่นละออง เชื้อโรค สารพิษ ฯลฯ โดยเฉพาะเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยโรงงาน การจราจรที่ติดขัด เราได้หายใจเอาสิ่งที่เป็นพิษเข้าสู่ร่างกายอย่างมากมาย นอกจากนั้นอาจได้รับพิษจากควันบุหรี่อีกด้วย ดังนั้นเราจึงควรตื่นนอนแต่เช้า หายใจยาวๆ เพื่อให้ได้อากาศบริสุทธิ์ยามเช้า หรือหาโอกาสพักผ่อนตามชนบทบ้าง ชายทะเลบ้าง เพื่อให้ได้รับออกซิเจนเต็มที่ ซึ่งจะทำให้อวัยวะทุกส่วนสมบูรณ์และแข็งแรงยิ่งขึ้น
ประการที่ 2 แสงแดด
นอกจากแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ผิวหนังที่ได้รับแสงแดดจะได้รับวิตามินดีขึ้นมาได้และช่วยให้กระดูกแข็งแรง แต่แสงแดดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายนั้นคือ แสงแดดในยามเช้าและเย็นเท่านั้น ในตอนกลางวันแสงแดดอาจมีรังสีอุลตร้าไวโอเลตซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังและร่างกายมากเกินไป
ประการที่ 3 การนอนหลับ และการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
คนเราใช้เวลาในการนอนหลับถึง 1 ใน 3 ของชีวิต หรือวันละประมาณ 8 ชั่วโมง การนอนหลับอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ดีที่สุด เมื่อจิตใจได้พักผ่อน ร่างกายและจิตใจจะสามารถสร้างพลังงานที่สูญเสียไประหว่างที่ตื่นให้กลับมาคืนเป็นปกติ การพักผ่อนหย่อนใจมีความสำคัญมากในการที่จะช่วยลดความเครียด และคลายความกังวลจากงานประจำเป็นการพักผ่อนทางสมอง ทำให้จิตใจและอารมณ์สดชื่น
ประการที่ 4 การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายทำให้อวัยวะทุกส่วนได้ทำงาน ไม่เพียงแต่กล้ามเนื้อที่จะแข็งแรงและเติบโตขึ้นยังทำให้ต่อมเหงื่อ ปอด หัวใจ อวัยวะของระบบย่อยอาหาร ตับ ไต ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย เข้มเข็ง และสดชื่นขึ้น สามารถที่จะต้านทานโรคต่างๆ ได้ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความอยากอาหาร และนอนหลับสนินขึ้น
ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน หากเวลาไม่อำนวย การเดินก็สามารถช่วยให้ร่างกายได้ออกกำลังกายได้ดีที่สุดอย่างหนึ่ง การเดินเร็วซัก 15 นาที จากนั้นเดินเล่นต่อให้ครบ 1 ชั่วโมง นับว่าดีมาก
ประการที่ 5 อาหาร
การรับประทานมากเกินความต้องการของร่างกายเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคข้ออักเสบ อันเป็นเหตุให้อายุสั้นลง และต้องรับประทานสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุขและปราศจากโรค นั่นคือรับประทานอาหารให้ได้ปริมาณและคุณค่าทางอาหารที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุมากขึ้นให้ลดอาหารรสหวาน อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูง ควรรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น งดเครื่องดื่มที่เป็นพิษหรือมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบ
อาหารมื้อเช้าควรเป็นอาหารมื้อหนักที่สุด มื้อกลางวันน้องลง และมื้อเย็นเป็นอาหารเบาๆ และน้อยกว่ามื้ออื่น
ประการที่ 6 น้ำสะอาด
ร่างกายมีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ วันหนึ่งๆ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำที่เข้าสู่ร่างกายจะช่วยละลายอาหารให้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น น้ำเป็นส่วนประกอบของเลือด น้ำย่อยอาหาร น้ำเหลือง น้ำลาย เป็นต้น และช่วยขับของเสียออกทางเหงื่อและปัสสาวะ ช่วยควบคุมความร้อนในร่างกายให้คงที่ ช่วยทำให้ผิวหนังเต่งตึง ที่สำคัญต้องเป็นน้ำสะอาดเท่านั้น
ประการที่ 7 พระศาสนา
การมีหลักธรรมประจำใจช่วยให้เรารู้จักใช้ชีวิตในทางสายกลาง มีการฝึกจิตให้เข้าถึงความสงบระงับ จะช่วยกำจัดอารมณ์เลวร้ายต่างๆ ด้วยปัญญาที่เข้าถึงความจริงของชีวิต สุขภาพจิตจะแข็งแรง ทำให้ชีวิตอยู่ได้อย่างเป็นสุขตลอดไป